charity2019

 In Activity, News

” มิง – กา – ลา – บา “

LACTASOY CHARITY 2019  ” มิง กา ลา บา ”
เสาร์อาทิตย์ที่ 16 ถึง 17 กุมภาพันธ์ 2562 นี้
———————————————-
แลคตาซอย ขอชวนคุณ ร่วมอิ่มบุญ ข้ามประเทศกับทริปทำบุญใหญ่ประจำปี สุดเอ็กซ์คลูซีฟ!! บินลัดฟ้า สู่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า

แลคตาซอยชวนคุณบินลัดฟ้า สู่เมืองแห่งมนต์เสน่ห์อารยธรรมพม่า

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมมงคลชีวิต  กับ 9 สถานที่มงคลของย่างกุ้ง

(1) วัดพระหินอ่อน หรือ วัดพระเจ้าต่อจี
(2) ชมปางช้างเผือกหลวง
(3) วัดพระเขี้ยวแก้ว
(4) เจดีย์โบตะทาวน์ / เทพทันใจ และ เทพกระซิบ
(5) พระมหาเจดีย์ชเวดากอง จุดประทีป 10,000 ดวงถวาย (เป็นกรณีพิเศษ!!)
(6) เจดีย์กาบาเอ เสริมสิริมงคล ด้วยพิธีรับพระธาตุ (เป็นกรณีพิเศษ!!)
(7) พระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี
(8) วัดงาทัตจี พระพุทธรูปทรงเครื่องปางมารวิชัย องค์ใหญ่
(9) วัดบารมี สักการะพระเกศาพระพุทธเจ้า

การเดินทางพร้อมโรงแรมที่พักระดับ 5 ดาว

คลิ๊กดูรายละเอียดเพื่อสมัครร่วมทริปได้ที่นี่ Click 

หรือสอบถามเพิ่มเติม :
Email : adminfb2@lactasoy.com
Line : @lactasoyclub
Tel : 082 452 4477 , 082 456 7744
Fax : 02 399 5231 – 2
FB: http://m.me/lactasoyclub

วัดพระหินอ่อน หรือ วัดพระเจ้าต่อจี  (KyaukTaw GyiPagoda)

วัดพระเจ้าต่อจี พระที่สลักจากหินขาวมันวาวไร้ตำหนิ
เพียงก้อนเดียวจากช่างฝีมือเมืองมัณฑะเลย์  ประทับนั่งหันพระหัตถ์ออกจากพระองค์ ซึ่งหมายถึงการไล่ศรัตรูและประทานความเจริญรุ่งเรือง พระหัตถ์ขวาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่มาจากสิงคโปร์และศรีลังกา

สำหรับชื่อเรียกของพระพุทธรูปและวัดนี้ก็แล้วแต่จะเรียกกันว่า พระหินอ่อน พระหินขาว

ปางช้างเผือกหลวง (Royal White Elephant Garden)

ชมช้างเผือกที่เป็นช้างคู่บ้านคู่เมืองของพม่า มีคชลักษณะของช้างเผือกที่ถูกต้องตามตำราโบราณทุกประการ ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน
ควานช้างจะเก็บขนหางช้างเผือกที่ถูกสลัดทิ้งไว้ขายให้นักท่องเที่ยวได้บูชา ขนหางช้างเผือกถือว่าเป็นเครื่องรางของคลังชนิดหนึ่งที่สามารถป้องกัน คุ้มภัย แก่ผู้ที่มีไว้ครอบครองได้ จึงนิยมนำมาทำเป็นแหวน กำไร ใส่ไว้ติดตัว

วัดพระเขี้ยวแก้ว  (Buddha tooth Relic Pagoda)

สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว เมื่อครั้งอัญเชิญจากประเทศจีน เป็นองค์เดียวกับที่อัญเชิญมาที่พุทธมณฑล

ปัจจุบันเป็นองค์จำลองแกะสลักมาจากงาช้าง วัดพระเขี้ยวแก้วนี้ เป็นวัดที่มีเจดีย์สวยงามแปลกตากว่าที่อื่นๆ ในเมืองย่างกุ้ง เป็นเจดีย์ทรงปราสาทแปดเหลี่ยม ปลายยอดประดับด้วยทองคำแท้มีลวดลายที่สวยงาม ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบผสมผสานระหว่างศิลปะในสมัยพุกาม ภายในโถงกลางมีบุษบกสีทอง ซึ่งมีพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุองค์จำลองบรรจุอยู่

ท่านสามารถทำบุญโดยการซื้อแผ่นทองคำ ใส่ลงในตัวนกการะเวกจำลอง แล้วทำการชักรอกขึ้นไปยังด้านบนยอดเจดีย์ ซึ่งทางด้านบนจะมีเจ้าหน้าที่คอยรับและทำการปิดทองให้

เจดีย์โบตะทาวน์  (Botataung Pagoda)

เจดีย์โบตะทาวน์เป็นเจดีย์ที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่จะนำไป บรรจุในพระเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ

เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมภายในบริเวณรอบๆเจดีย์คือ พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก

ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี ค.ศ. 1885 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในประเทศอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพัธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1945

พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบร์ต และด้านซ้ายมือจะเป็นรูปปั้น นัตโบโบยี หรือเทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)

พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยปี เดิมเป็นดินแดนของมอญมีชื่อเดิมว่าดากอง หรือตะเกิง ก่อนจะถูกพม่ายึดครองไปแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นย่างกุ้ง ชเวดากอง จึงแปลว่า เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง ซึ่งเป็นมหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า

พระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาล โดยเฉพาะมีโบราณราชประเพณีที่กษัตริย์จะขึ้นครองราชบัลลังก์ จะต้องถวายทองคำหนักเท่ากับน้ำหนักของพระองค์เอง องค์เจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมดมีน้ำหนัก 23 ตัน และอัญมณีต่างๆ จำนวนมาก และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอด

บริเวณรอบเจดีย์ท่านจะได้ชมความงามของวิหาร 4 ทิศ ซึ่งทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาทซ้อนเป็นชั้นๆ งานศิลปะและสถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ ล้วนมีตำนานและภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้น

เจดีย์กาบาเอ (KaBaAye Pagoda)

เจดีย์นี้ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของทะเลสาบอินยา ทะเลสาบใหญ่ใจกลางเมืองย่างกุ้ง สร้างครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1950-1952 โดยนายอูนุนายกรัฐมนตรีคนแรกของพม่า เพื่อใช้เป็นสถานที่ชำระพระไตรปิฎกครั้งที่ 6 ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1954-1956 และเพื่อให้บังเกิดสันติสุขแก่โลก

ล่าสุดใช้เป็นสถานที่ใช้ในการประชุมสงฆ์โลกเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2004 ที่สำคัญเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมทั้งพระธาตุของ พระสารีบุตรและพระโมคลานะ นอกจากนั้นยังมีพระมหามุนีจำลอง

พระนอนตาหวานหรือพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี  ( Chauk Htat Gyi Buddha Temple)

มีความสวยงายที่สุดและดวงตาสวยที่สุดของประเทศพม่า ที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด ประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักรข้างละองค์ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วยรูปอัฎจุตรสตกมงคล 108 ประการ พระบาทมีลักษณะซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย

วัดงาทัตจี (NgaHtatGyi)

มีพระพุธรูปองค์ใหญ่ คือหลวงพ่องาทัตจี แปลว่า หลวงพ่อที่สูงเท่าตึก 5 ชั้น เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่แกะสลักจากหินอ่อน ทรงเครื่องแบบกษัตริย์ เครื่องทรงเป็นโลหะ ส่วนเครื่องประกอบด้านหลังจะเป็นไม้สักแกะสลักทั้งหมด และสลักป็นลวดลายต่างๆ จำลองแบบมาจากพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยยะตะนะโบง

วัดบารมี ( Parami Monastery )

นำท่านสักการะพระเกศาของพระพุทธเจ้าที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่
ซึ่งเจ้าอาวาสได้อัญเชิญออกมาให้ได้สักการะ ด้วยองค์พระเกศาธาตุนี้เมื่อนำมาวางบนมือจะสามารถเคลื่อนไหวได้ อีกทั้งวัดนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุไว้มากที่สุดด้วย รวมทั้งพระธาตุขององค์พระอรหันต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของพระโมคลานะ พระสารีบุตรสักการะพระเกศาของพระพุทธเจ้า

Recent Posts

Start typing and press Enter to search